ปทุมธานี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงประเด็นดราม่ากรณีเพจ“ชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์”โพสต์เดือดเรื่องสุนัขจร

จากกรณีเพจ“ชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์”ได้โไพสต์ข้อความลงเพจเฟสบุ๊กจำนวนหลายโพสต์เช่น“เรียนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่อบต.คลองสามไปจับสุนัขสามตัวในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เพียงแค่สุนัขไปขับถ่าย บอกเราจะนำสุนัขมาคืนที่เดิมวันนี้ยังไม่ได้นำมาคืน
“เราแจ้งเรื่องที่ศูนย์ ดำรงธรรมอำเภอคลองหลวงกรณีอบต.คลองสามจับสุนัขโดยไม่ครบองค์ประกอบข้อกฎหมาย เพียงแค่หมาถ่ายมูลก็จับเข้าศูนย์พักพิง”
“อบต.คลองสาม หมาเพียงแค่ขี้ตัวเองไปจับตามคำร้องของนิติบุคคลหมู่บ้าน พอเราปูดเรื่องโทรมา ให้หาคนอุปการะแลกกับการปล่อยหมา มันใช่เหรอหมามันไม่มีความผิด จะมาต่อรองแบบนี้
ไม่ได้”
“เราจะขอเข้าไปตรวจสอบศูนย์พักพิงพิงสุนัขคลองสาม ที่ได้รับคำร้องเรียนว่าสุนัขไม่มีสวัสดิภาพกัดกันจนตายก็มี แล้วจะสร้างไปทำไมหมดเงินตั้งเยอะ
#ขยันจับหมาเพื่อ?”เป็นต้น จนกลายเป็นประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้

โดยวันนี้(9 สิงหาคม 69) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าวที่หมู่บ้านพฤกษาบี ม.2 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งจากการสอบถามนายภูมิพัฒน์ ชิณกะธรรม รองประธานนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษาบี ชี้แจงประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นว่า สุนัขกลุ่มดังกล่าวเป็นสุนัขจรจัดที่อาศัยและวนเวียนอยู่บริเวณศูนย์อาหารและพื้นที่ใกล้เคียง มีประมาณ 4-5 ตัวซึ่งก่อปัญหาต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปี 2566-2568 โดยที่ผ่านมา นิติบุคคลพยายามติดตามและแก้ไขปัญหา หลังพบพฤติกรรมสุนัขไล่กัดคนทั่วไป รวมถึงไล่รถจักรยานยนต์ที่ขับผ่านพื้นที่ ก่อนที่จะเกิดเหตุสุนัขกัดลูกบ้านภายในหมู่บ้าน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว นิติบุคคลจึงทำเรื่องขอความอนุเคราะห์ไปยังอบต.คลองสาม เพื่อให้เข้ามาดูแล โดยทราบว่า อบต.มีศูนย์พักพิงสำหรับดูแลสุนัข จึงได้ประสานงานและนำสุนัขกลุ่มดังกล่าวไปดูแลต่อที่ศูนย์พักพิงส่วนกรณีที่เกิดกระแสดราม่านั้นนิติบุคคลนำสุนัขออกจากพื้นที่โดยไม่มีหลักฐานยืนยันและจากลูกบ้านที่ได้รับผลกระทบ โดยมีเอกสารรับรองแพทย์และหลักฐานการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแพทย์รังสิตที่ถูกสุนัขกัดอีกทั้งนิติบุคคลจะติดตามและสังเกตุพฤติกรรมของสุนัขจรจัดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะว่ามีพฤติกรรมทำร้ายลูกบ้านอีกหรือไม่ หากเกิดเหตุซ้ำ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการและนำสุนัขไปดูแลต่อไป

ทางด้านนายนิรุต สร้อยระย้า เจ้าพนักงานปฏิบัติงานกองสาธารณสุข อบต.คลองสาม ชี้แจงถึงประเด็นดราม่าว่าจุดเริ่มต้นของการดำเนินการมาจากการได้รับคำร้องและใบแจ้งความ กรณีมีสุนัขสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนภายในหมู่บ้าน โดยข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับแจ้งระบุว่ามีสุนัขจำนวน 3 ตัวมีพฤติกรรมมีทั้งการขับถ่ายไม่เป็นที่ รวมถึงพฤติกรรมกัดหรือไล่กวดเด็ก จนบางกรณีทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น รถจักรยานยนต์ล้มทั้งนี้ตนขอยืนยันว่า การดำเนินการเกี่ยวกับสุนัขในพื้นที่จะต้องอยู่บนพื้นฐานของการร้องเรียน หลักฐาน และการประเมินสถานการณ์หน้างาน ไม่ใช่การออกไปจับสุนัขโดยไม่มีเหตุหรือดำเนินการโดยพลการ

ล่าสุดทางด้าน ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขฯอบต.คลองสาม นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ศูนย์พักพิงสัตว์ ตั้งอยู่ ม.16 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อสำรวจความเป็นอยู่ของสุนัขจรจัดในพื้นที่ตำบลคลองสามที่ทาง อบต.คลองสาม นำมาพักพิงและดูแลกว่า 150 ตัวหลังเกิดประเด็นดราม่าดังกล่าว

โดย ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการนำสุนัขจรจัดเข้าศูนย์พักพิงและข้อกล่าวหาเรื่องการดูแลสุนัขไม่เหมาะสม โดยยืนยันว่า ศูนย์พักพิงสุนัขของ อบต.คลองสาม ดำเนินการตามมาตรฐานที่นำแบบมาจากแนวทางของฟ้าหญิงจุฬาภรณ์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสุนัขที่นำเข้ามายังศูนย์จะผ่านกระบวนการแรกรับและกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังโรคและดูแลสุขภาพ ก่อนนำเข้าสู่คอกพักรวม นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับดูแลสุนัขที่เจ็บป่วย รวมถึงโรงพยาบาลสัตว์เพื่อรองรับการรักษา โดยยืนยันว่าการดูแลทั้งหมดมีขั้นตอนและไม่ได้ปล่อยให้สุนัขอยู่รวมกันโดยไม่มีการควบคุมตามที่มีการนำเสนอข่าว

สำหรับการพัฒนาศูนย์พักพิงในระยะต่อไป อบต.คลองสามมีแผนเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้ และปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ร่มรื่นมากขึ้น รวมถึงจัดทำพื้นที่และองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้สุนัขมีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม โดยมองว่าสุนัขที่เข้ามาอยู่ในศูนย์จะได้รับการดูแลที่ดีกว่าการปล่อยให้เป็นสุนัขจรจัดและสร้างปัญหาในชุมชน โดยสาเหตุที่ต้องนำสุนัขเข้ามาพักพิง เนื่องจากมีประชาชนในหมู่บ้านแจ้งปัญหาสุนัขที่ก่อความเดือดร้อน รวมถึงกรณีสุนัขกัดประชาชน ทำให้ อบต.ต้องเข้าไปดำเนินการและนำสุนัขเข้ามาดูแลภายในศูนย์

สำหรับศูนย์พักพิงปัจจุบันรองรับสุนัขได้หลายร้อยตัว และมีสุนัขอยู่ภายในศูนย์แล้วประมาณ 140 ตัว โดย อบต.คลองสามมีแนวทางร่วมมือกับพื้นที่ใกล้เคียงในการแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัด โดยเฉพาะเทศบาลเมืองท่าโขลง ซึ่งได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ อบต.คลองสาม และสนับสนุนงบประมาณประมาณ 21 ล้านบาท เพื่อร่วมดำเนินการ นอกจากนี้ยังมีการประสานความร่วมมือกับพื้นที่คลองสี่ คลองห้า และหน่วยงานในอำเภอคลองหลวง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

ซึ่งปัญหาสุนัขจรจัดเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายพื้นที่ โดยการจัดตั้งศูนย์พักพิงดังกล่าวเกิดขึ้นจากความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเลี้ยงสุนัขจำนวนมาก ทั้งปัญหาเสียงเห่า เสียงหอน รวมถึงมูลและปัสสาวะที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในชุมชน ซึ่งการมีศูนย์พักพิงจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการรองรับสุนัขที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบดูแลและขยายขีดความสามารถของศูนย์ เพื่อบรรเทาปัญหาสุนัขจรจัดในพื้นที่และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในชุมชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *