ท่าอากาศยานกระบี่มอบโล่ 65 หน่วยงานฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเต็มรูปแบบประจำปีทบทวนทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่และการประสวานงานในการปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา ที่ห้องประชุมนพรัตน์ธาราโรงแรมกระบี่มาริไทม์ปาร์คแอนด์สปารีสอร์ทจังหวัดกระบี่ ถนนอุตรกิจ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายนิรันดร์ ปราบอักษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับ 65 หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงมูลนิธิต่างๆ ที่เข้าร่วมการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะและแผนจำลองสถานการณ์ เทเบิ้ลท๊อปเอ็กซ์เซอร์ไซส์ กระบี่อินเตอร์เนชั่นแนลแอร์พอตฟูลสเกล อิมเมอร์เจนซี่แอนด์คอนทิเจนซี่ เอ็กซ์เซอร์ไซส์ 2026 ตามแผนฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินและแผนเผชิญเหตุเต็มรูปแบบ ของท่าอากาศยานนานาติจังหวัดกระบี่ ภายใต้โครงการเคเอ็มเอ็กส์ 2026 กรณีการจับตัวประกันและเพลิงไหม้อาคารที่พักผู้โดยสาร ระหว่างวันที่ 24 – 25 สิงหาคม 2569

โดยมีนางธนิสา สิงหกถล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระวี่ กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าวว่า ด้วยท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่ ได้รับงบประมาณจากทุนหมุนเวียนประจำปี 2569 โยกรมท่าอากาศยาน เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 73 ว่าด้วยมาตรฐานสนามข้อ 968 ซึ่งกำหนดให้ท่าอากาศยานต้องจัดให้มีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนเผชิญเหตุเต็มรูปแบบอย่างน้อย 1 ครั้งในทุกระยะเวลา 2 ปี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 65 หน่วยงาน ได้มีการทบทวนและทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่ ตลอดจนแนวทางการประสานความร่วมมือและการปฏิบัติ เมื่อเกิดเหตุการณ์จริงขึ้นสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามระบบและมีประสิทธิภาพสูง ในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสาร เพื่อให้การปฏิบัติงานของทุกหน่วยเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตราฐานด้านความปลอดภัยสากล

โดยนายนิรันดร์ ปราบอักษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การฝึกซ้อมแผนดังกล่าวถือเป็นการเตรียมความพร้อมของท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญ ของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ของสายการบินตลอดจนเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยาน ซึ่งเหตุการณ์และสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้มีการบอกล่วงหน้ามาก่อน ดังนั้นการไม่ประมาทถือเป็นบทพิสูจน์ของแต่ละหน่วยงานว่ามีความพร้อมและมีประสิทธิภาพใมนการปฏิบัติงานมากน้อยเพียงไร ในการช่วยเหลือประชาชนหรือผู้โดยสารและความปลอดภัยของตนเองอีกด้วย ซึ่งจะสามารถรับมือและตอบโต้สถานการ์ฉุกเฉินได้อย่างเป็นระบบรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านมาตรฐานความปลอดภัยของท่าอากาศยาน ซึ่งการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะจำลองสถานการณ์ในวันนี้ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการทบทวนบทบาทหน้าที่การประสานงาน และแนวทางการปฏิบัติของทุกหน่วยงานที่เข้าร่วม ก่อนเข้าสู่การฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนเผชิญเหตุเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยให้ทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมมีความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน สามารถภปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจริง














