ขจิตร ร้อง กกต.คัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 3

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 กันยายน 2569 ที่ สนง.กกต.อุดรธานี ถนนเลี่ยงเมือง ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี นายขจิตร ชัยนิคม ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 3 พร้อมด้วยคณะได้เดินทางพร้อมยื่นหนังสือร้องขอคัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ว่านายอธิการ แก้วเครือศรี ผู้สมัครหมายเลข 2 จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ผลการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 ได้คะแนน 38,227 คะแนน เป็นทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้ง สส.ในเรื่องของคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง พร้อมยื่น 1.ประกาศ สนง.กกต.อุดรธานี 1 แผ่น 2.คลิปวีดิทัศน์พาหนะที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียงของนายอธิการ และ 3.ข้อความจากเสียงวีดิทัศน์ของพาหนะที่ใช้ในการหาโฆษณาหาเสียงของนายอธิการฯ 1 แผ่น

นายขจิตร ได้กล่าวว่า ตามประกาศ สนง.กกต.ประจําจังหวัดอุดรธานีเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.นายอธิการ แก้วเครือศรี ได้แสดงหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดา ต่อเนื่อง 3 ปีและได้ระบุสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษีด้วย จากการพบพาหนะที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง ในเขตเลือกตั้ง เขต 3 จังหวัดอุดรธานี ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีรายได้จากการได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้ชํานาญการประจําตัว ส.ส.นายหรั่ง ธุระพล (อดีต สส.) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ตามวีดิทัศน์และข้อความจากวีดิทัศน์ตามสิ่งที่ ส่งมาด้วย ข้อ2, ข้อ3 จนถึงวันที่ 11 ธ.ค.2568 ซึ่งมีรายได้ประจําเดือนๆละ 15,000 บาท เฉพาะปี 2568 รวมมีรายได้ไม่น้อยกว่า 140,000 บาท เมื่อรวมรายได้ย้อนหลังสามปีต้องมีรายได้จริง มากกว่าที่มีหนังสือยืนยัน

พร้อมระบุสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษี โดยสามารถตรวจสอบรายได้จากบัญชีธนาคารของนายอธิการ ทุกบัญชี และสามารถขอหนังสือรับรองรายได้ของนายอธิการ ย้อนหลังสามปี คือ ปี 2568 ปี 2567 และปี 2566 ได้จากสนง.เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้นายอธิการ มีคู่สมรสที่อยู่กินกันฉันสามี ภรรยามีบุตรด้วยกัน ซึ่งภรรยามีรายได้จากการรับค่าตอบแทน จาก อบจ.อุดรธานี ในฐานะ ส.อบจ.อุดรธานี โดยภรรยามีรายได้เฉพาะที่ค้นพบตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2568 ถึงปัจจุบันและเฉพาะปี 2568 มีรายได้เดือนละ 19,440 บาท รวมเป็น 213,840 บาท รวมรายได้ทั้งสองคน มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 353,840 บาท หากตรวจสอบบัญชีธนาคารของภรรยาย้อนหลังสามปีจะต้องมีรายได้มากกว่า ที่ระบุไว้ในเบื้องต้นนี้ จากข้อมูลข้างต้นเชื่อได้ว่านายอธิการ และภรรยาอาจจงใจปกปิดรายได้ที่แท้จริง แจ้งข้อความอันเป็นเท็จหลีกเลี่ยงภาษี หากตรวจสอบบัญชีธนาคารทั้งของนายอธิการ และภรรยา จะพบเส้นทางการรับ-จ่ายเงิน ย้อนหลัง ๓ ปี ที่เป็นจริง เชื่อว่าจะขัดแย้งกับการทําหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษี

พร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษีในวันสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และจะพบเจตนาปกปิดรายได้ที่แท้จริง จึงทําหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษี พร้อมสาเหตุแห่งการไม่ได้ยื่นเสียภาษีอันเป็นเท็จ ตามที่ ผอ.กกต.ประจําเขตเลือกตั้ง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายได้บันทึกข้อมูลผู้สมัครและสแกนเอกสาร หลักฐานการสมัคร ของนายอธิการ เข้าสู่ระบบโปรแกรมฐานข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้แล้วนั้น จึงเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 และ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ)

อนึ่ง หากนายอธิการ ไม่ได้เป็นผู้ชํานาญการประจําตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายหรั่ง ธุระพล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ตาม วีดิทัศน์ ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ข้อ 2 และข้อ 3 ถือได้ว่ามีเจตนาหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.พ.ศ. 2561 ดังนั้น จึงขอให้ กกต.ดําเนินการสืบสวน ไต่สวนการสมัครเข้าเป็นสมาชิก พรรคภูมิใจไทย ปี พ.ศ. 2567 เท็จจริงอย่างไร ตามที่โฆษณาหาเสียงทางเครื่องขยายเสียงบนพาหนะที่ใช้ในการ โฆษณาหาเสียง สืบสวน ไต่สวน รายได้ย้อนหลัง ๓ ปี รวมทั้งเส้นทางทางการเงินผ่านบัญชีธนาคาร ของนายอธิการ และภรรยา โดยเร็วและเที่ยงธรรม พร้อมทั้งขอหนังสือรับรองรายได้ของนายอธิการ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2566 จนถึงวันที่ 11 ธ.ค.2568 จาก สนง.เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หากพบข้อมูล ที่เป็นจริงตามคําร้องและมีหลักฐานอันเชื่อได้ว่า นายอธิการ มีเจตนาและไม่ปฏิบัติตนตามระเบียบ กฎหมายทั้งปวง ขอให้ยุติการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการไว้ก่อนจนกว่าจะดําเนินการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จ

สำหรับผลการเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 3 แทนนายหรั่ง ธุระพล ที่สมาชิกภาพ สส. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (2) เนื่องจากเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นายอธิการ แก้วเครือศรี (ลูกเขยนายหรั่ง) ผู้สมัครหมายเลข 2 จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้คะแนนเป็นอันดับที่ 1 จำนวน 38,227 คะแนน อันดับที่ 2 นายขจิตร ชัยนิคม ผู้สมัครหมายเลข 1 จากพรรคประชาธิปไตยใหม่ จำนวน 13,083 คะแนน และอันดับที่ 3 นายคำผัน จันทจร ผู้สมัครหมายเลข 3 จากพรรคเพื่อบ้านเมือง จำนวน 4,647 คะแนน ทั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม สส. อุดรธานี เขต 3 จำนวน 64,926 คน คิดเป็นร้อยละ 48.7 จากผู้มีสิทธิ 125,555 คน บัตรดี 55,957 บัตร บัตรเสีย 2,045 บัตร บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 6,924 บัตร…..

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *